
ปัญหาเกี่ยวกับระบบไฟฟ้า...แบบคร่าวๆครับผม
(1). ถาม...ไฟตกหรือแรงดันตก ต้องทำอย่างไร?
ตอบ...สาเหตุของไฟตกเกิดจากระบบจำหน่ายของการไฟฟ้าขัดข้องระดับแรงดันไฟฟ้าที่จ่ายให้กับผู้ใช้ไฟฟ้ามีค่าต่ำกว่าแรงดันใช้งานปรกติ ระดับแรงดันปรกติจากการไฟฟ้า 230 โวลต์ ในระบบ1 เฟสและ 400 โวลต์ ในระบบ 3เฟส ค่าแรงดันตกสูงสุดท่จุดใช้งานไม่ควรเกิน 5%ของระดับแรงดันปรกติ หรือประมาณ220 โวลต์ในระบบ 1เฟส และ 300โวลต์ในระบบ 3 เฟส
ข้อสังเกตุ
ไฟตกหรือแรงดันตก มักจะเกิดช่วงที่มีฝนตกหนัก และเกิดก่อนไฟดับ หรือไฟดับไม่สนิท หรือดับเป็นบางเฟส ผู้ที่มีบ้านพักอาศัยเป็นทาวน์เฮาส์ จะสังเกตุได้จากบ้านใกล้เคียงบางครั้งไฟไม่ดับ
สิ่งบอกเหตุ
-หลอดฟลูออเรสเซนต์ไม่ติด หรือกระพริบตลอดเวลา หรือติดยากกว่าปรกติ
-หลอดไส้ติดแต่สว่างน้อยกว่าปรกติ
(หลอดไส้หรือหลอดอินแคนเดสเซนต์หรือหลอดเกลียว)
-ปั๊มน้ำไม่ทำงาน มักจะมีเสียงผิกปรกติ คล้ายกับมอเตอร์พยายามจะหมุนแต่ไม่มีแรงหมุน หากปล่อยทิ้งไว้ขดลวดมอเตอร์อาจไหม้ได้ หากมีกลิ่นคล้ายกลิ่นไหม้ หรือใช้มือสัมผัสใกล้ๆ สิ่งห่อหุ้มของมอเตอร์แล้วจะรู้สึกร้อนกว่าปรกติ ให้ปิดสวิตซ์หรือดึงปลั๊กออกทันที
-เครื่องปรับอากาศไม่ทำงาน
ข้อควรปฏิบัติเมื่อไฟตก
1.อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้มอเตอร์หรือในลักษณะคล้ายกันมักจะเสียหายหากเปิดใช้งานทิ้งไว้เป็นเวลานาน เช่น ปั๊ม ตู้เย็น ตู้แช่ เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ
ภายในบ้าน ควรหยุดใช้งาน ดึงปลั๊กออก หรือปิดสวิตซ์
2.เมื่อไฟกลับเข้าสู่สภาวะปรกติไม่ควรเปิดใช้ไฟฟ้าทันที ควรรออย่างน้อย 3-5 นาที
(2). ถาม...ถ้าไฟดับช่วงฝนตกหนักจะต้องทำอย่างไร?
ตอบ...ขณะมีฝนตกหนักฟ้าคะนองมักจะมีพายุพัดแรงทำให้กิ่งไม้ล้มหรือกิ่งไม้หักไปทับสายส่งของการไฟฟ้า ทำให้เกิดไฟฟ้าลัดวงจรและไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้าง
ข้อควรปฏิบัติ
- ควรดึงปลั๊ก เต้าเสียบ ปิดสวิตซ์ หยุดใช้งานอุปกรณไฟฟ้าภายในบ้านทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี ียหายจากแรงดันที่ผิดปรกติ ไฟดับไม่สนิท(แรงดันตก)หรือขณะมีไฟกลับเข้ามา(แรงดันอาจเกิน)
- หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าในขณะที่มีฝนฟ้าตกคะนอง โดยเฉพาะอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น เครื่ิองรับโทรทัศน์ วีโีโอ เครื่องเสียง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์สื่อสาร และโทรศัพย์ ควรปิดเครื่องและถอดปลั๊กออก รวมทั้งดึงสายอากาศและสายโทรศัพย์ออกจากเครื่องทุกครั้ง
- ควรอยู่ภายในบ้าน หากพบเห็นกิ่งไม้หรือต้นไม้หักทับสายไฟฟ้าบริเวณใกล้บ้าน ควรแจ้งการไฟฟ้าฯทันที ห้ามดึง ตัดต้นไม้ หรือกระทำการใดๆ
(3). ถาม...ไฟฟ้าดับภายในบ้านต้องทำอย่างไร?
ตอบ...หมายถึงไฟฟ้าภายในบ้านดับ เนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันทำงานปลดวงจร เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์ตกหรือทริป(Trip) เครื่องตัดไฟรั่วตัดวงจร ฟิวส์ที่แผงคัตเอาท์ขาด
สาเหตุของการเกิดไฟดับภายในบ้าน
- มีไฟรั่ว หรือเกิดไฟฟ้าลัดวงจรภายในบริเวณบ้าน
- ใช้ไฟเกินขนาด หรือใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกันจำนวนมาก
- อุปกรณ์ป้องกันทำงานผิดพลาด เนื่องจากความเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน หรือการเสื่อมสภาพจากภาวะแรงดันเกิน
ข้อควรปฏิบัติ
- ไม่ควรยกคัตเอาท์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ขึ้นทันที โดยที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
- กรณีที่แผงเมนสวิตซ์เป็นชนิดเซอร์กิตเบรกเกอร์ และมีเซอร์กิตเบรกเกอร์มากกว่า 1ตัวให้สังเกตุว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์ตัวใดตกหรือปลดวงจร ทำเครืองหมายหรือจดบันทึกไว้
- กรณีเซอร์กิตเบรกเกอร์เมนตก ให้ปลดวงจรเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยทั้งหมดด้วย
- ควรดึงปลั๊ก เต้าเสียบ ปิดสวิตซ์ เพื่อหยุดการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านหมด
- กรณีไฟฟ้าดับภายในบ้านขณะฝนตกหนัก อาจเกิดจากฉนวนของสายไฟฟ้าภายนอกบ้านชำรุด หรือมีรอยแตกและมีน้ำไหลเข้าไปจะทำให้เกิดไฟรั่วลงดิน หรือขั้วของหลอดไฟฟ้าที่ใช้ภายนอกอาคาร เช่นไฟรั้ว ไฟกริ่ง ไฟสนาม ขั้วของสวิตซ์ไฟฟ้า สวิตซ์กริ่ง มีน้ำไหลเข้าทำให้เกิดการลัดวงจร จึงควรปิดสวิตซ์ไฟฟ้าหรือปลดวงจรเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ควบคุมไฟดังกล่าวทั้งหมดด้วย รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีส่วนประกอบติดตั้งอยู่นอกอาคาร เช่น เครื่องปรับอากาศ ปั้มน้ำ เป็นต้น
แจ้งผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้าหรือช่างชำนาญงานตรวจสอบและแก้ไข
ข้อแนะนำการตรวจสอบเบื้องต้น สำหรับผู้มีความรู้ด้านไฟฟ้า
- หากมั่นใจว่าปลดวงจรเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดแล้ว ให้ทดลองยกคัตเอาท์หรือเมนเซอร์กิตขึ้น
(กรณีเซอร์กิตเบรกเกอร์ให้ดึงคันโยกลง ก่อนยกขึ้นอีกครั้ง)
เมื่อยกคัตเอาท์หรือเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์ขึ้นแล้วตกหรือฟิวส์ขาดอีก ให้หยุดกระทำการอื่นต่อทันที จนกว่าจะทราบสาเหตุและแก้ไขแล้ว
- เมื่อยกคัตเอาท์หรือเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์แล้วเป็นปรกติ ให้เลือกเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ตามลำดับทีละตัวจนครบ
- หากพบว่าอุปกรณ์ตัวใดหรือวงจรไฟฟ้าใดมีปัญหาลัดวงจร ให้หยุดการใช้งานอุปกรณ์ดังกล่าว จนกว่าจะได้รับการแก้ไข
- เมื่อเปิดใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าทีละตัวจนครบ แต่ยังไม่พบความผิดปรกติควรสังเกตุและเฝ้าระวังต่อไป เนื่องจากหากเป็นกรณีใช้ไฟเกิน อุปกรณ์ป้องกันจะไม่ทำงานปลดวงจรทันที
- กรณีไฟฟ้าลัดวงจรเกิดจากน้ำไหลเข้าอุปกรณ์ เมื่อน้ำแห้งอาจจะไม่เกิดการลัดวงจรอีก วิธีการตรวจสอบวิธีนี้อาจไม่ได้ผล ต้องใช้เครื่องมือช่วยในการตรวจสอบ เช่น เม็กโอห์มเทสเตอร์
- ผู้ที่จะทำการตรวจสอบแก้ไขหาสาเหตุที่แท้จริง ควรมีความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้า หรือเป็นช่างผู้ชำนาญงาน ไม่ควรแก้ไขเองโดยที่ไม่มีความรู้ด้านไฟฟ้าอย่างเพียงพอ ยกเว้นการตรวจสอบเบื้องต้นตามที่ได้กล่าวข้างต้น
(4). ถาม...ไฟนีออน หรือไฟฟลูออเรสเซนต์ ติดยาก หรือ ติดๆ ดับๆเกิดจากสาเหตุ และ จะแก้ไขอย่างไร?
ตอบ...1. เกิดจากไฟตกหรือแรงดันตก
..สังเกตุหลอดฟลูออเรสเซนต์ในบ้านทั้งหมดจะติดยากหรือไม่ติดเลย
- สังเกตุหลอดไส้ หรือที่เรียกว่าหลอดอินแคนเดสเซนต์จะติดแต่ไม่สว่างเหมือนทุกครั้ง
- ผู้ใช้งานไม่สามารถแก้ไขได้เอง ต้องแจ้งการไฟฟ้า
- หากไฟตกเนื่องจากบ้านอยู่ห่างไกลจากหม้อแปลงหรือเป็นบ้านที่อยู่ปลายสายไฟฟ้า การแก้ไขเฉพาะหน้าให้รีบเปิดไฟก่อนผู้ใช้ไฟอื่นบริเวณใกล้เคียงโดยไม่ปิดสวิตซ์จนกว่าจะเลิกใช้งาน
ตอบ...2.สตาร์ทเตอร์เสื่อม หรือขั้วรับสตาร์ทเตอร์หลวม
- ทดลองขยับหมุนสตาร์ทเตอร์
- ถอดสตาร์ทเตอร์ออก สังเกตุที่ขั้วรับสตาร์ทเตอร์ที่ติดตั้งยึดกับขาหลอดมีสิ่งสกปรกอยู่หรือไม่ ถ้ามีให้ใช้ไขควงทดสอบเขี่ยออก จากนั้นให้สังเกตุจะต้องเห็นสะพานไฟที่เป็นขาสปริงภายในขั้วรับสตาร์ทเตอร์ทั้ง2ช่องหากพบช่องใดช่องหนึ่งหรือ2ช่อง ที่เมื่อใส่สตาร์ทเตอร์เข้าไปแล้วขาสปริงจะไม่สัมผัสกับขาสตาร์ทเตอร์ให้ใช้ไขควงทดสอบเขี่ยขาสปริงออกเพื่อให้สัมผัสอย่างเหมาะสม
- หากการทดสอบข้างต้นไม่ได้ผลให้นำสตาร์ทเตอร์ไปทดสอบกับหลอดไฟชนิดเดียวกันภายในบ้านที่ใช้งานได้ปรกติ จะทราบว่าสตาร์ทเตอร์ใช้งานได้หรือไม่
ตอบ...3.ขั้วหลอด ขาหลอดหลวม หรือหลอดเสื่อม
- ทดสอบขยับหมุนหลอด และขั้วหลอด
- ถ้าหลอดกระพริบตลอดเวลาและมีสีเหลืองออกส้ม เป็นอาการของหลอดเสีย
- นำหลอดไปทดลองใส่แทนหลอดอื่นภายในบ้าน ที่ใช้หลอดแบบเดียวกันและใช้งานได้ปรกติจะทราบได้ทันทีว่าหลอดเสียหรือไม่
ตอบ...4.สายหลวม
มักจะเกิดในกรณีที่ติดตั้งใช้งานมานานสามารถสังเกตุได้ด้วยสายตาหรืออาจใช้มือทดลองขยับสายหากพบมีสายหลวมให้ใช้ไขควงสำหรับงานไฟฟ้าหมุนให้แน่น
ตอบ...5.บัลลาสต์เสียหรือเสื่อมสภาพ
หากดำเนินการตามข้อแนะนำ1-4 แล้วไม่ได้ผล ให้นำหลอดใหม่หรือหลอดอื่นที่ใช้งานได้ปรกติมาใส่แทน หากไม่ติดแสดงว่าบัลลาสต์เสีย กรณีนี้แนะนำให้เปลี่ยนใหม่ทั้งชุดและแนะนำให้ใช้อุปกรณ์ที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.)หรือหากกรณีที่ผู้ใช้ไฟฟ้ามีความรู้ด้านไฟฟ้าจะเปลี่ยนเฉพาะบัลลาสต์ก็ได้
ตอบ...6.หลอดฟลูออเรสเซนต์ที่ใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์
ให้ทดสอบตามข้อ 4.3-4.5
บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นบัลลาสต์ที่ทำด้วย ชุดวงกรอิเล็กทรอนิกส์ สูญเสียพลังงานน้อยเพียง 1-2วัตต์ เปิดติดทันทีไม่กระพริบ ไม่ต้องใช้สตาร์ทเตอร์ ไม่มีเสียงรบกวนทำให้อายุการใช้งานของหลอดแสงสว่างนานขึ้น 2เท่า ของหลอดแสงสว่างที่ใช้ร่วมกับบัลลาสต์แกนเหล็กธรรมดา ดังนั้นหากมีชั่วโมงการใช้งานต่อวันมาก ควรเลือกใช้บัลลาสต์อิเล็กทรอนิกส์ เพราะจะช่วยประหยัดไฟฟ้า ....หลอดLED
เป็นหลอดประหยัดพลังงาน ซึ่งต้องต่อวงจรตามมาตรฐานผู้ผลิตแต่ละราย จะไม่ค่อยมีประเด็นปัญหาเรื่องไฟตก นอกจากหลอดเสียหรือชำรุด
(5). ถาม...เมื่อกดสวิตซ์เปิดไฟบางครั้งไฟติด บางครั้งไฟไม่ติด ต้องกดซ้ำหลายๆครั้ง จะต้องแก้ไขอย่างไร?
ตอบ...สาเหตุของการที่ต้องกดสวิตซ์หลายครั้ง สามารถวิเคราะห์สาเหตุได้ดังนี้
1.เกิดคราบสกปรกที่หน้าสัมผัสของสวิตซ์
เนื่องจากอายุการใช้งานของสวิตซ์ หรือ เกิดจากการใช้ไฟเกิน ควรเปลี่ยนสวิตซ์ใหม่แทนของเดิม
2.เกิดจากมด ปลวก หรือแมลง เข้าไปในสวิตซ์กีดขวางหน้าสัมผัสของสวิตซ์ ควรเปลี่ยนสวิตซ์ใหม่แทนของเดิมเช่นเดียวกัน และป้องกันไม่ให้มด ปลวก หรือแมลงเข้าไปอีก
(6). ถาม...ปิดสวิตซ์แล้ว หลอดฟลูออเรสเซ็นต์มีแสงเรืองที่หลอดเป็นเพราะอะไร?
ตอบ...เกิดจากการต่อสายนิวทรัลผ่านสวิตซ์ และสายอีกเส้นหนึ่งที่เป็นสายมีไฟต่อเข้ากับขั้วต่อสายของดวงโคม จึงทำให้ขั้วของดวงโคมด้านหนึ่งมีไฟอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดมองเห็นเป็นแสงเรืองจากก๊าซที่บรรจุอยู่ภายในหลอดไฟ และการที่มีไฟฟ้าอยู่ที่ขั้วดวงโคมตลอดเวลานี้อาจส่งผลให้ผู้ใช้ไฟฟ้าหรือช่างที่ถอดหรืเปลี่ยนดวงโคมโดยรู้เท่าไม่ถึงกาลถูกไฟดูดได้ ควรแก้ไขโดยการสลับสายจากเ้ดิมที่ใช้สายนิวทรัลผ่านสวิตซ์ เป็นสายมีไฟผ่านสวิตซ์แทน
(7).ถาม...หลอดฟลูออเรสเซ็นต์มีขั้วสีดำ และขาดบ่อยเกิดจากสาเหตุใด?
ตอบ...เป็นอาการผิดปรกติของหลอดฟลูออเรสเซ็นต์ที่เมื่อใช้งานระยะหนึ่ง ขั้วมักจะมีสีดำและขาดบ่อยมากสาเหตุอาจวิเคราะห์ได้ดังนี้
1. เกิดจากลักษณะการใช้งานที่เปิด-ปิดสวิตซ์บ่อยๆ
สามารถแก้ไขโดยการหลีกเลี่ยงการใช้งานในลักษณะดังกล่าว หรือเปลี่ยนแปลงจากการใช้หลอดฟลูออเรสเซ็นต์เป็นหลอดประหยัดไฟ ประเภทคอมแพคฟลูออเรสเซ็นต์แทน
2. เกิดจากแรงดันเกิน หรือเกิดจากการใช้อุปกรณ์ประกอบดวงโคมไม่เหมาะสม เช่น ใช้บัลลาสต์ไม่สอดคล้องกับขนาดวัตต์ของหลอด
3.เกิดจากการเลือกใช้หลอดและบัลลาสต์ไม่มีคุณภาพ
ควรเลือกใช้หลอดและอุปกรณืที่มีเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม(มอก.)เท่านั้น
4.เกิดจากสภาพแวดล้อมการใช้งาน หรือสถานที่ติดตั้งไม่มีการถ่ายเทความร้อนที่ดีพอ
(.ถาม...วงจรสวิตซ์3ทางมีวิธีการต่ออย่างไร?
ตอบ...วงจรสวิตซ์ 3ทาง สวิตซ์3ขั้ว หรือสวิตซ์บันได ใช้สำหรับการเปิด-ปิดไฟจุดเดียวโดยใช้สวิตซ์2ตัว นิยมใช้เป็นสวิตซ์เปิด-ปิดไฟบันได ติดตั้งบริเวณชั้นล่างและชั้นบนชั้นละ 1 ตัว
อธิบายคร่าวๆดังนี้ สายที่มีไฟจะต่อเข้าขั้วกลางของสวิตซ์ตัวแรก สายนิวทรัลต่อเข้าดวงโคม1เส้น สายของดวงโคมอีก1 เส้นต่อขั้วเข้ากลางของสวิตซ์อีกตัวหนึ่ง ขั้วที่เหลือตำแหน่งเดียวกันให้ต่อถึงกันทั้งหมด
(9).ถาม...จะรู้ได้อย่างไรว่าที่บ้านมีสายดินหรือไม่?
ตอบ... คำว่าสายดินตามมาตรฐานหมายถึง สาย 2 ประเภท
คือ สายดินของระบบไฟฟ้า และสายดินของอุปกรณ์หรือสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่เรียกว่า สายเขียว สำหรับสายนิวทรัล หรือที่ตามมาตรฐานเรียกว่าสายที่มีการต่อลงดินที่ต่อจากบัสบาร์สายดินในแผงเมนสวิตซ์ไปยังหลักสายดินจะเป็นสายดินของระบบไฟฟ้า
สายดินอุปกรณ์หรือสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ถูกออกแบบให้มีหน้าที่ทำให้สิ่งห่อหุ้มที่เป็นโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้ามีศักย์ไฟฟ้าใกล้เคียงกับดิน เพื่อเป็นการลดอันตรายต่อผู้สัมผัสกับสิ่งห่อหุ้มนั้นเมื่มีกระแสไฟฟ้ารั่ว และเป็นทางเดินที่มีความต้านทานต่ำของกระเเสลัดวงจรลงดินอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้อุปกรณ์ป้องกันกระเเสเกินทำงานได้ทันเวลาก่อนจะเกิดอันตราย
สายต่อหลักดิน
หมายถึง..สายตัวนำที่ใช้ต่อระหว่างหลักดินกับส่วนที่ต้องการต่อลงดินซึ่งในที่นี้หมายถึงสายที่ต่อระหว่างหลักดินกับขั้วต่อสายศูนย์(นิวทรัล) หรือกับขั้วต่อสายดินในแผงประธานหรือแผงเมนสวิตซ์ เพื่อให้ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ไฟฟ้ามีการต่อลงดิน สายดินต้องเป็นสายทองแดงหุ้มฉนวน และต้องเป็นสายเส้นเดียว
ยาวต่อเนื่องตลอดห้ามมีการติดต่อ
หลักดิน
หมายถึง..แท่งหรือแผ่นโลหะที่ฝังอยู่ในดินเพื่อทำหน้าที่แพร่หรือกระจายกระแสไฟฟ้าให้ไหลลงสู่ดินได้โดยสะดวก เช่น แท่งทองแดงหุ้มเหล็ก ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 16 ม.ม.(5/8นิ้ว)ความยาวไม่น้อยกว่า2.40เมตร
วิธีสังเกตุเบื้องต้น
ให้สังเกตุจากเต้ารับไฟฟ้าหรือปลั๊กตัวเมีย หากเป็นเต้ารับที่มีขาดิน จะมี 3ขั้ว สังเกตุสายไฟฟ้าหากเป็นสายแบนตีกิ๊บภายในต้องมี3 เส้น และมีสายเขียว1เส้นและสังเกตุต้องมีสายหลักดินที่แผงเมนต์สวิตซ์และหลักดิน หากไม่มีตามที่ระบุข้างต้นแสดงว่าภายในบ้านไม่มีระบบสายดินที่ถูกต้อง ในปัจจุบันมีเครื่องที่ตรวจสอบขั้วเต้ารับชนิดมีสายดิน ซึ่งผลิตขึ้นเพื่อเป็นอุปกรณ์ใช้ตรวจสอบสภาพความถูกต้องของการต่อสายดินหรือเข้าสายที่เต้ารับชนิดมีสายดินในบ้านพักอาศัย สำนักงานและสถานประกอบการณ์ ซึ่งทำให้สะดวกรวดเร็วในการตรวจสอบ
(10).ถาม...บ้านที่ไม่มีสายดิน ต้องการติดตั้งสายดินจะต้องทำอย่างไร?
ตอบ...ผู้ใช้ไฟฟ้าควรศึกษาทำความเข้าใจระบบสายดินเสียก่อน เพื่อให้สามารถกำหนดให้ช่างติดตั้งระบบสายดินได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย สามารถศึกษาได้จากหนังสือคู่มืฉบับนี้หรือหนังสือคู่มือของการไฟฟ้า หรือหนังสือคู่มือการติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในที่อยู่อาศัยหรืออาคารขนาดเล็กของ วสท. เป็นต้น
ข้อแนะนำ
หากในบ้านของท่านไม่มีการติดตั้งระบบสายดิน ลำดับแรกต้องติดตั้งระบบสายดินที่เมนสวิตซ์ก่อน ต่อจากนั้นให้ติดตั้งสายดินของเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องปรับอากาศ วงจรเต้ารับไฟฟ้า ตามลำดับ ซึ่งก่อนดำเนินการควรจัดหาอุปกรณ์ดังนี้
(1).จัดเตรียมอุปกรณ์ระบบสายดิน
ประกอบด้วย หลักดิน ยาว2.40เมตร สายต่อหลักดินชนิดหุ้มฉนวนขนาดไม่น้อยกว่า 10 ตร.ม.ม.(ใช้สาย THW)ความยาวของสายต่อหลักดินได้วัดจากแผงเมนสวิตซ์ถึงจุดต่อหลักดิน เผื่อความยาวไว้เล็กน้อย และสายไฟฟ้าที่มีสายดินในตัว เรียกว่าสายแบนหุ้มฉนวนมีเปลือกและมีสายดิน หรือนิยมเรียกว่าสายตีกิ๊บชนิดมีสายดิน หรือมีชื่อเรียกทางการค้าว่า VAF-GRD
(2).การติดตั้งสายดินควรให้ช่างผู้ชำนาญงานเป็นผู้ติดตั้ง
โดยอาจเลือกติดตั้งเฉพาะจุดหรือเฉพาะวงจรไฟฟ้าที่มีความสำคัญก่อนก็ได้
(3).มาตรฐานการติดตั้ง
ผู้ติดตั้งควรติดตั้งตามข้อแนะนำของการไฟฟ้า และตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย ของ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)อย่างเคร่งครัด
เรียบเรียงโดย โพรเทค ยัวร์โฮม ไทย (เครดิต...ขอบคุณข้อมูลโดยกรมโยธาและผังเมือง... ครับผม)