

มารู้จักการเลือกเสาเข็ม ในการต่อเติมแบบคร่าวๆกันครับผม...
ประเด็นเรื่องเสาเข็ม เป็นประเด็นที่ถูกยกมาพูดถกเถียงกันเป็นอย่างมาก งานต่อเติมมักจะมีการเลือกใช้เสาเข็ม 3 แบบ ประเภทแรกคือ
(1). เสาเข็มสั้นปกติมักจะใช้เสาเข็ม หกเหลี่ยมกลวง ความยาว 4-6 เมตร เนื่องจากราคาไม่แพงนัก สามารถขนย้ายเข้าพื้นที่ และตอกได้ด้วยแรงคน โดยไม่ต้องอาศัยเครื่องจักรขนาดใหญ่ แต่มีข้อเสียคือเนื่องจากความยาวไม่มากนักทำให้มีอัตราการทรุดตัว ใกล้เคียงกับดินเดิม
(()ดังนั้นหากพื้นที่ที่จะ ทำการต่อเติม เป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวมากเช่นเป็นบึงหรือบึงขนาดใหญ่มาก่อน หรือสร้างใกล้ชิดกับคลองที่มีแบบป้องกันดินพังด้านข้างไม่ดี ก็ไม่แนะนำเพราะจะทำให้เกิดการทรุดตัวจนใช้งานไม่ได้())
โดยทั่วไปการทรุดตัวในกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียง มีการทรุดตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะในโครงการบ้านจัดสรรซึ่งมีการถมดิน การทรุดตัวจะลดลงเรื่อยๆ จนดินแน่นพอ ดังนั้น ส่วนต่อเติมควรออกแบบให้ลดระดับจากอาคารเดิมไว้เล็กน้อยประมาณ 1-2 เซนติเมตรเผื่อในกรณีเกิดปัญหาทรุดลงบ้าง ซึ่งไม่น่าเกิน 10 c.m. เป็นการแยกกระเบื้องปูพื้นออกจากกันด้วย และไม่ทำให้กระเบื้องแตกเมื่ออาการทรุดตัวลง
การทรุดตัวของส่วนต่อเติมที่ต่อเติมด้วยเสาเข็มสั้น เป็นเรื่องปกติได้ หากเป็นการทรุดตัว ที่อยู่ในระดับที่ยอมรับได้ ทรุดตัวตัวแบบเท่ากันและไม่ดึงหรือถ่ายน้ำหนักให้กับอาคารเดิมจนเกิดความเสียหาย แต่หากไม่ต้องการให้เกิดการทรุดตัวเลย จำเป็นต้องเปลี่ยนเสาเข็มที่ยาวขึ้น ซึ่งมีราคาแพงขึ้นหลายเท่าตัว
แบบโครงสร้าง ที่ทำเป็นพื้นแบบตอกเสาเข็ม กระจายรับน้ำหนัก จุดประสงค์เพื่อให้สามารถตอกเสาเข็มได้ง่าย สามารถขยับตำแหน่งได้บ้างเมื่อติดอุปกรณ์ใต้ดินเช่นบ่อบำบัดหรือท่อระบายน้ำ
โครงสร้างและหลังคา ออกแบบเป็นโครงสร้างเหล็ก เพื่อให้เบาและประหยัด เวลาในการก่อสร้าง ซึ่งจำเป็นต้องมีการทาสีกันสนิมเพื่อไม่ให้มีปัญหาต่อไปในอนาคต
(2). เสาเข็มยาว ต้องเป็นเสาเข็มเจาะแบบแห้งหรือเรียกโดยทั่วไปกันว่า เสาเข็มเจาะแบบ 3 ขาเป็นการเจาะเอาดินออกแล้วเสริมเหล็กและเทคอนกรีตลงไปแทนที่ดิน เสาเข็มแบบนี้เหมาะสำหรับการต่อเติมอาคารที่ต้องรับน้ำหนักมากๆเช่นต่อเติม 2 ชั้นขึ้นไป หรือต้องการให้พื้นรับน้ำหนักมากๆเพราะเสาเข็มสามารถรับน้ำหนักได้ถึง ต้นละ20ถึง30ตัน ความยาวเจาะได้ถึง12ถึง20เมตร ตามสภาพพื้นดินและพื้นที่ ราคาต่อต้นเริ่มที่ประมาณ 15,000 บาท ข้อเสียของเสาเข็มชนิดนี้คือขณะที่ทำงานจะมีเสียงดังมาก และการขุดดินทำเสาเข็มทำให้มีปัญหาดินที่จำเป็นต้องขนออกเนื่องจากมีปริมาณค่อนข้างมาก
(3).เสาเข็มไมโครไพล์ เป็นเสาเข็มคอนกรีตหล่อสำเร็จ หน้าตัดกลม-ตัวไอ-หรือสี่เหลี่ยมขนาด 0.15 ถึง 0.25 เมตรยาวท่อนละ1.50 เมตร ตอกด้วยปั้นจั่นขนาดเล็กและทำการต่อเชื่อมเสาเข็มไปเรื่อยๆ จนมีความยาว 18-21 เมตร ราคาต่อต้นประมาณ 20,000 บาท ราคาสูงกว่าเสาเข็มเจาะแบบแห้ง
ข้อดีของเสาเข็มดังกล่าว คือ สามารถรับน้ำหนักได้มาก เหมือนเสาเข็มเจาะแบบแห้ง ขณะที่ทำการตอกเกิดเสียงดังไม่มากและไม่มีปัญหาการขนดินออก
ข้อเสียคือมีราคาแพงกว่าเขาเข็มประเภทอื่น
ถึงแม้ว่าเสาเข็มเจาะแบบแห้งและเสาเข็มไมโครไพล์ แบบนี้จะมีอัตราการทรุดตัวน้อย กว่าเสาเข็มสั้น แต่การใช้งานควรให้วิศวกรเป็นผู้ออกแบบ จำนวน ขนาด และตำแหน่งเสาเข็มให้ เนื่องจากเสาเข็มมีราคาแพง ตำแหน่งในการเจาะจะไม่สามารถวางในตำแหน่งตรงตามแนวเสาได้ เนื่องจากไม่สามารถเจาะชิดกับแนวผนัง จึงจำเป็นต้องออกแบบคานรับเสาที่ไม่ตรงกับตำแหน่งเสาเข็ม
โดยทั่วไปผู้รับเหมามักใช้วิธี ไม่แยกโครงสร้างโดยก่อสร้างฝากด้านหนึ่งกับอาคารเก่า ส่วนอีกด้านวางบนเสาเข็มเจาะที่เจาะใหม่ดังนั้นการออกแบบต้องมีการตรวจสอบว่า การฝากน้ำหนักเพิ่มกับอาคารเดิม ทำได้หรือไม่และจะฝากเพิ่มอย่างไร ส่วนปลายอีกด้านที่ต้องก่อสร้างเสาเข็ม แต่อย่างไรก็ตามก็ยังต้องคำนึงถึง อัตราการทรุดตัวของอาคารใหม่ และอาคารส่วนต่อเติม ที่อาจจะมีการทรุดตัวต่างกันเล็กน้อย
การทำงานเสาเข็มเจาะแบบแห้ง เกิดเสียงดัง ขณะทำงานค่อนข้างมากและแรงสั่นสะเทือนในขณะทำงานมากกว่าเสาเข็มขนาดเล็กดังนั้นการเลือกใช้น่าจะต้องปรึกษาวิศวกรก่อนว่าเหมาะสมหรือไม่ทำได้หรือไม่และต้องแจ้งบ้านข้างเคียงให้รับทราบปัญหาเรื่องเสียง เพื่อป้องกันปัญหา ความขัดแย้งที่จะตามมาครับผม
(...)โดยMr.Pookie(วศ.รัตนศักดิ์)(love)Cr.เครดิตข้อมูลโดยคณะอนุกรรมการคลีนิคช่าง วิศวกรอาสา วสท. ครับผม(moon grin)